สัญญาณเตือนก่อนตับพัง

การเฉลิมฉลองใกล้เข้ามาทุกที และถ้าจะให้ดีหลายคนก็ต้องมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยที่ไม่ได้มีความเป็นกังวลกับอวัยวะภายในมากเท่าไหร่นัก ซึ่งหารู้ไม่ว่า…การดื่มเครื่องดื่มมึนเมาชนิดนี้ถือเป็นหนึ่งในวิธีการทำลายตับอย่างต่อเนื่อง

 

เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ช่วยทำลายสารพิษหรือของเสียออกจากเลือด อีกทั้งยังมีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อต้านเชื้อโรค สร้างสารที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว สร้างน้ำดีเพื่อย่อยอาหาร และดูดซึมวิตามินที่ละลายในน้ำมัน หากเมื่อใดที่ตับถูกทำลายลง ก็ย่อมทำให้ร่างกายขาดประสิทธิภาพทั้งในด้านการทำลายสารพิษ การสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย การห้ามเลือด การย่อยอาหาร รวมถึงการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคตับมากขึ้นทุกวันๆ และพาให้อวัยวะอื่นๆเสื่อมลงตามไปด้วย แต่ก่อนที่ร่างกายจะพังยังพอมีสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ฟ้องให้คุณ ‘หยุด’ อะไรบ้างที่คุณควรรู้ มาเริ่มต้นสังเกตกันตอนนี้ได้เลยค่ะ

1. ทานยาแต่พอเหมาะ
บางคนปวดหัวปวดตัวนิดๆหน่อยๆก็ทานยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่ทราบหรือไม่ว่า..ยาทุกเม็ดที่เราทานเข้าไปจะต้องถูกส่งไปกำจัดที่ตับ ดังนั้น การรับประทานยามากเกินความจำเป็น หรือทานยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จึงอาจทำให้เกิดการตกค้างของสารพิษที่ตับได้

2. งดหรือลดดื่มแอลกอฮอล์
เมื่อรู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะแอลกอฮอล์ ก็แก้ง่ายๆแค่ลดมันลงหรือเลิกมันไปเลย นอกจากสุขภาะจะดีแล้ว ยังประหยัดเงินได้อีกด้วย

3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ
อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่านอกจากการดื่มแอลกอฮอล์แล้ว โรคไวรัสตับอักเสบก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตับแข็งได้เช่นกัน ซึ่งโรคไวรัสชนิดนี้มีสาเหตุการเกิดหรือติดเชื้อหลายทาง ทั้งแบบที่ติดเชื้อมาตั้งแต่พ่อแม่ หรือแบบที่ติดได้จากการดื่มหรือทานอาหารร่วมกับคนที่มีเชื้อ

4. ระวังการเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี
การเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีอาจส่งผลให้เกิดโรคตับได้ เพราะอวัยวะทั้งสองมีความเชื่อมโยงกัน

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและควบคุมอาหาร

ทั้งการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารอย่างพอเหมาะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสุขภาพ เพราะช่วยป้องกันโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานได้ดี รวมถึงป้องกันโรคที่ส่งผลต่อการเสื่อมของตับได้

ถ้าคิดว่าวันนี้เรายังดูแลตับของตัวเองไม่ดีพอ ก็คงต้องรีบเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่วันนี้เพราะตับเป็นอวัยวะที่เสื่อมลงเรื่อยๆ มีแค่อันเดียว หากเสื่อมหรือเสียไปแล้วคงไม่สามารถซ่อมแซมได้ง่ายๆเหมือนสิ่งของนอกกาย หรือหากตรวจพบเจอความผิดปกติเมื่อไหร่ ก็ต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน อย่ารอให้อาการทรุดหนักไปเสียก่อนถึงจะยอมไปหาหมอ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะรักษาไม่ทันแล้ว…ด้วยความปรารถนาดี