“โรคจีบีเอส” โรคที่เกิดการอักเสบของเส้นประสาท

ประมาณสัปดาห์ก่อนมีข่าวคราวเกี่ยวกับไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ออกมาสร้างความตระหนกตกใจให้เหล่าคนรักสุขภาพได้ไม่น้อย นอกจากไข้เลือดออกแล้วอีกหนึ่งโรคที่มีการพูดถึงในข่าว คือ โรคจีบีเอส เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยเพิ่งเคยได้ยินชื่อโรคดังกล่าวเป็นครั้งแรก ว่าแล้วไปทำความรู้จักโรคนี้กันค่ะ

“โรคจีบีเอส” (GBS : Guillain-Barre Syndrome)

หรือ “โรคกิลแลง บาร์เร ซินโดรม” หรือ การอักเสบของเส้นประสาท เป็นกลุ่มอาการผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย และรากประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมทั้งมีความผิดปกติของกล้ามเนื้อใบหน้า การกลืน การเคลื่อนไหวลูกตา ผู้ป่วยที่เป็นหนัก จะมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อที่ควบคุมการหายใจอ่อนแรง กระทั่งเกิดภาวะหายใจล้มเหลว จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้

สาเหตุของโรคจีบีเอสยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่า สาเหตุใหญ่ๆ เกี่ยวของกับภูมิต้านทานของร่างกาย โดยมีการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด หรือภายหลังจากการได้รับวัคซีนบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นทำให้ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานขึ้นมาผิดปกติ ซึ่งมาทำร้ายระบบประสาทส่วนปลาย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอาการคล้ายโรคจีบีเอส ที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน แต่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น จากการติดเชื้อโรคเองโดยตรง หรือสารพิษบางชนิด ที่ทำให้เกิดความผิดปกติของเส้นประสาท อาทิ จากภาวะขาดวิตามิน B1 จากภาวะการติดเชื้อโดยตรง (infectious GBS) เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ในกลุ่มอาการของโรคพิษสุนัขบ้าแบบอัมพาต

ในส่วนของการรักษานั้น หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนเดินไม่ได้ หายใจเองไม่ได้ แพทย์จะพิจารณาให้ยา immunoglobulin ทางเส้นเลือด แต่หากอาการไม่รุนแรง จะรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาแก้ปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด และรอเวลาที่โรคจะหาย โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคจีบีเอสจะหายเป็นปกติภายใน 6-12 เดือน โดยผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงอาจหายได้เร็วกว่า 6 เดือน ส่วนผู้ป่วยที่อาการรุนแรงมาก อาจจะเสียชีวิตจากภาวะหายใจล้มเหลวได้

ทั้งนี้มีรายงานว่า มีการพบคนเป็นโรคจีบีเอสหลังการติดเชื้อไข้เลือดออกบ้าง ไม่ได้พบบ่อย ฉะนั้น โรคจีบีเอสจึงเป็นโรคที่ไม่น่ากังวลเท่ากับโรคไข้เลือดออก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม